วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2559

ปรัชญาตะวันออก

ประวัติย่อ ๆ ของขงจื่อ

เรื่องเล่าของขงจื่อ ตอน1

เรื่องเล่าของขงจื้อ ตอน 2

แนวคิดของขงจื่อ

สรุปแนวคิดของขงจื่อในด้านการเมืองการปกครอง


          1. การปกครองระบอบประชาธิปไตยเน้นเรื่องความเสมอภาค แต่ขงจื๊อบอกว่าคนเรานั้นไม่เท่ากัน

          2. แนวคิดของการปกครองระบอบประชาธิปไตยในเรื่องเสรีภาพ จะเน้นเรื่องปัจเจกบุคคล(Individualism) แต่แนวคิดของขงจื้อนั้นมองว่าแต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม หากคนใดคนหนึ่งทำไม่ดีก็จะมีผลกระทบต่อสังคม มีคนบอกว่าแนวคิดของขงจื๊อเป็นแบบหมู่คณะนิยม(Collectivism) ซึ่งAristotle ก็มองแบบนี้เหมือนกัน โดยมอง The Whole มากกว่าส่วนย่อย แต่แปลกที่คนมองว่าแนวคิดของ Aristotle สอดคล้องกับประชาธิปไตย แต่แนวคิดของขงจื๊อไม่สอดคล้อง

          3. Pluralism ประชาธิปไตยปัจจุบันเน้นเรื่องความหลากหลาย ประชาธิปไตยในสมัย Socrates,Plato, Aristotle นั้น จริงๆ แล้วเป็นเผด็จการโดยประชาชน ข้อเสียของประชาธิปไตยคือเน้นปริมาณ(Quantity) ไม่ได้เน้นคุณภาพ(Quality)

          ขงจื๊อเป็นนักคิดแนวอนุรักษ์นิยม ส่วนหนึ่งเพราะเขาเน้นจารีตประเพณี เน้นเรื่องความรับผิดชอบ เน้นเรื่องหน้าที่ มุ่งที่จะธำรงสังคม ภายใต้กรอบที่เขาเห็นว่าสวยงาม ในมุมมองของเขา อะไรคือตัวแบบในมุมมองของขงจื๊อ คำตอบคือราชวงศ์โจวตะวันตก เป็นแบบฉบับของแบบแผนความประพฤติที่เขาอยากให้สังคมจีนเป็น ในยุคนั้นจีนมีแต่ความสงบเรียบร้อย ตัวของขงจื้อยู่ในยุคโจวตะวันออกที่มีแต่สงครามรบพุ่งกัน
          เต๋าเป็นลัทธิสำคัญลัทธิหนึ่ง  แต่ไม่ได้รับความนิยมกว้างขวางเท่าขงจื๊อ  เต๋าจะแพร่หลายในหมู่ปัญญาชน และศิลปิน ตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดเต๋า เช่น ภาพวาดที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ต้นไม้ ภูเขา เป็นต้น   ขณะที่ขงจื๊อเน้นเรื่องครอบครัว ความอบอุ่น ความอุดมสมบูรณ์  แต่เต๋า เน้นเรื่องธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร ต้นไผ่ และความสันโดษ

         หลักการของเต๋า


          1. เน้นธรรมชาติ อาจเรียกว่าธรรมชาตินิยม สอนให้ตั้งคำถามเพื่อให้เข้าใจถึงธรรมชาติของสรรพสิ่งต่างๆ  เช่น  คำถามเกี่ยวกับที่ไปที่มาของสรรพสิ่ง  การทำงานของสิ่งต่างๆ ว่ามันทำงานอย่างไร ระบบการเมืองประกอบด้วยอะไร เป็นอย่างไร มีปัญหาอะไร
          2. สรรพสิ่งตามธรรมชาติ มันขัดแย้งและตรงกันข้าม เช่น มีดี จึงมีชั่ว มีสูงจึงมีต่ำ มีขาวจึงมีดำ มีเปิดจึงมีปิด มีหญิงจึงมีชาย มีกลางวันจึงมีกลางคืน  แนวคิดนี้มีความสำคัญมากในทางรัฐศาสตร์ คนที่จะเรียนรัฐศาสตร์ให้ประสบความสำเร็จต้องเป็นคนที่ช่างสงสัย (Scepticism) ต้องมี Critical Mind
          3. หลัก อู๋ เหวย เอ้อ จื่อ ปกครองโดยไม่ต้องปกครอง ซึ่งตรงนี้สอดคล้องกับวิชาว่าด้วยการรบของซุนหวู่ คือรบโดยไม่ต้องรบ  หลักการอันนี้เป็นหลักการอันเดียวกับหลัก Laisssez-Faire = Capitalism  ทุนนิยม คือปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ รัฐอย่าเข้าไปควบคุม อย่าเข้าไปแทรกแซง
           มีคนมองว่าประเทศในเอเชีย ที่เศรษฐกิจไม่เจริญเติบโต เพราะไม่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก นักเขียนชื่อ A.T.NUYEN บอกว่าไม่ใช่ เพราะคนเอเชียไม่ใช่ไม่มีแนวความคิดแบบทุนนิยม แต่อาจเป็นเพราะเหตุอันอื่น             

          หลักของทุนนิยม

           1. รัฐไม่เข้าไปแทรกแซงทางเศรษฐกิจ ซึ่งก็คือหลัก อู๋เหวยนั่นเอง เราเคยเข้าใจกันว่า Adam Smith เป็นผู้คิดระบบทุนนิยมคนแรก เมื่อสืบค้นต่อไป พบว่าคนที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดของ Adam Smith คือ Francis Quesney  ที่ปรึกษารัฐบาลฝรั่งเศส เป็นหัวหน้าสำนัก Physiocrats หรือสำนักธรรมชาตินิยม ในขณะนั้นตะวันตกเป็นยุค Mercantillism  เขาแนะนำว่าให้เปิดเสรีทางเศรษฐกิจ  เขาสนใจปรัชญาจีน  จนได้รับสมญานามว่าขงจื๊อแห่งยุโรป (Confucius Europe)
           2. หนังสือเรื่อง The Wealth of Naions  ความมั่งคั่งของชาติ เขียนโดย Adam Smith เป็นหนังสือต้นฉบับว่าด้วยระบบทุนนิยม ทุนนิยมเชื่อว่าโดยธรรมชาติแล้ว มีกลไกที่ควบคุม (Self-regularity mechanism ) รัฐไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง ใครจะผลิตมาก ผลิตน้อย ขายถูก ขายแพง กลไกตลาดจะเป็นตัวควบคุมเอง
           John Locke เป็นเสรีนิยม แต่เขาเชื่อว่ารัฐยังมีความจำเป็นในบางระดับ ไม่ถึงกับไม่นิยมการมีรัฐ แค่ควรเป็น minimal state เท่านั้น
           ลัทธิเต๋า มองว่ายังจำเป็นต้องมีรัฐ แต่ปกครองเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
           3. Free Competition การค้าเสรี การผลิตต้องแข่งขันกัน ผลิตให้มากอย่างมีประสิทธิภาพ ขายให้ได้มาก มีเสรี จุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิด  Checks and Balances ไม่ให้เกิดการผูกขาด (Monopoly) ใครขายแพงก็จะขายไม่ได้เอง แต่ทุกวันนี้เกิดบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก เข้ามาค้าขาย มีทุนที่สูงกว่าบริษัทในท้องถิ่น ขาดความสมดุล จึงไม่เป็นไปตามหลักของระบบทุนนิยม หลักดุลภาพจะสอดคล้องกับหลักจงหยง คือสายกลาง
           สำนักนิตินิยม หรือสำนักกฎหมาย หรือฝ่าเจีย บุคคลที่สำคัญของสำนักนี้คือหันเฟยจื่อ ขงจื๊อยึดหลักปกครองประเทศโดยอาศัยจารีตประเพณี  ย่งจื่อยึดหลักปกครองโดยอาศัยมนุษยธรรม แต่หันเฟยจื่อยึดหลักปกครองประเทศโดยอาศัยกฎหมาย การปกครองประเทศโดยอาศัยกฎหมาย ซึ่งอาจจำเป็นสำหรับประเทศที่มีขนาดใหญ่โตมาก ๆ เป็นการปกครองที่เน้นเรื่องการลงโทษและให้รางวัลเป็นเครื่องมือในการปกครอง ฝรั่งบอกว่าเป็นหลัก Sticks and Carrols  ในสมัยฉินซีฮ่องเต้  ใช้หลักนิติธรรมการปกครอง อาจเป็นเพราะใช้กฎหมายเคร่งครัดเกินไป จึงถูกต่อต้าน ราชวงศ์นี้จึงอยู่ได้เพียง 15 ปีเท่านั้น ฉินซี ถูกมองว่าเป็นมหาราช  เพราะสามารถรวบรวมจีนเป็นปึกแผ่น ขณะเดียวกันถูกมองว่าเป็นทรราชย์ เพราะจัดการกับนักวิชาการจำนวนมาก
           Plato บอกการปกครองที่ดีต้องกระทำโดย  Philosopher King – ยึดคนเป็นหลัก
           Aristotle การปกครองที่ดีต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก Rule by Laws
           ปัจจุบันการปกครองของประเทศไทยเรา  เราบอกทุกคนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
           ความชอบธรรม (Legitimacy) เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก  เมื่อประชาชนให้ความยินยอม(consent of the people ) ก็จะเกิดความชอบธรรมขึ้น การใช้กำลังเข้ายึดอำนาจ ไม่ได้รับ consent of the people  จึงขาดความชอบธรรม เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น